ที่สนาม เอทีแอนด์ที สเตเดียม เมืองดัลลัส รัฐเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการปะทะกันของสองยอดทีม ในฟุตบอลโลก 2026 รอบตัดเชือก นัดแรก ระหว่าง "ตราไก่" ฝรั่งเศส พบกับ "กระทิงดุ" สเปน ด้าน ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ กุนซือฝรั่งเศส ปรับทัพ 2 ตำแหน่ง ส่วน หลุยส์ เด ลา ฟูเอ็นเต้ กุนซือสเปน ยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมที่แล้ว ส่วนระบบการเล่นยังคงเป็น 4-2-3-1 ตามเดิมทั้งคู่
เริ่มเกม ฝั่งทีม "เลส์ เบลอ" พยายามตั้งเกมบุก แต่ฟากฝั่ง "กระทิงดุ" ที่โดดเด่นที่ระบบการเล่นไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย จากนั้นทัพสเปนก็เพิ่มสปีดความเร็วของจังหวะบอล รูปเกมเริ่มเหนือกว่า ฝรั่งเศส เล็กน้อย พอมาถึงนาทีที่ 20 ยามาลพุ่งเข้าถึงบอลก่อน ดีญ จะพลิกตัวหวังตะหวัดบอลทิ้ง แต่เป็นจังหวะที่หยาบไม่ละเอียด หวดใส่ ยามาล ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที
ไม่พลาดเป้า โอยาร์ซาบาล ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปไม่พลาด "กระทิงดุ" ออกนำ 1-0 จากนั้นนาทีที่ 30 งานเข้า "เลส์ เบลอ" เต็มๆ ซาลิบา เจ็บเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ ลาครัวซ์ ต้องลงมาเป็นเซ็นเตอร์แทน จากนั้น โอลโม่ ให้ ยามาล เปิดต่อให้ โอยาร์ซาบาล มาจบที่ รุยซ์ ยิงหลุดกรอบไปอย่างเหลือเชื่อ ช่วงท้ายครึ่งแรก "เลส์ เบลอ" บุกหนักหวังเอาประตูคืน แต่ยังไม่เป็นผล "กระทิงดุ" ยังนำ 1-0
เปิดฉากครึ่งหลัง ทาง "ตราไก่" ฝรั่งเศส ปรับเกมโดนเล่นบีบพื้นที่มากยิ่งขึ้น ไล่เพรสเร็ว แต่กลับทำให้เปิดพื้นที่มากยิ่งขึ้น แล้วแผลที่ 2 ก็ถูกเปิดจนได้นาทีที่ 58 จังหวะที่ ปอร์โร่ ทำชิ่งกับ โอลโม่ บอลมาถึง ปอร์โร่ ยิงผ่าน เมญ็อง สเปน ขยับหนีเป็น 2-0 อีก 3 นาทีถัดมาตาข่ายฝรั่งเศสสั่นอีกครั้ง จากจังหวะยิงของ ยามาล แต่โชคดีที่ ยามาล ออกตัวล้ำหน้าไปก่อนนิดเดียว
หลังไฮเดรชั่นเบรก เดส์ช็องส์ กุนซือฝั่ง "ตราไก่" แก้เกมและปรับยังไงก็ยังไม่ดีขึ้น กลายเป็น "กระทิงดุ" มีโอกาสได้ลุ้นมากกว่า จากการโหม่งของ ตอร์เรส แต่บอลหลุดกรอบไปนิดเดียว ช่วงท้ายเกม "ตราไก่" พยายามโหมบุก และพยายามจบสกอร์ แต่ทาง "กระทิงดุ" ยังต้านได้อย่างแข็งแกร่ง จบเกม "กระทิงดุ" ขวิด "ตราไก่" ไส้แตกไปแบบสบายๆ 2-0 เข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่าง "สิงโตคำราม" อังกฤษ หรือ "ฟ้าขาว" อาเจนติน่า ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้
ผลการแข่งขันในวันนี้ ถือว่าเป็นการดับฝันทีม "ตราไก่" ในการผ่านเข้าชิงฟุตบอลโลก 3 สมัยติดต่อกัน อีกทั้งยังเป็นความพ่ายแพ้ในวันชาติตนเอง ด้านชัยชนะของ "กระทิงดุ" เข้าไปชิงถือเป็นการไขว่คว้าแชมป์โลกครั้งที่ 2 หลังจากได้ไปเพียง 1 ครั้งในปี 2010
- นาทีที่ 32 0-1 โอยาร์ซาบาล
- นาทีที่ 58 0-2 ปอร์โร่
















No comments:
Post a Comment